ชุด 9 รอ
ชุด 9 รอ

1.รอ (待つ)

ถ้าเธอ มีหัวใจเหมือนฉันสักหน่อย taa ter mii hua jai muan chan sak noy
もし 君が 僕と同じような心を少しでも持っていてくれたら


เธอคงไม่ปล่อยให้ฉันต้องคอย อย่างนี้ ter kong mai ploy hai chan tong kooy yaang nii
僕をこんな風に待たせたままにしないだろう


เธอคงมองซึ้งถึงไมตรี ter kong moong sung tung maitrii
僕の愛の深さに気がついてくれるだろう


เธอคงมองซึ้งถึงความหวังดี ที่มีเรื่อยมา ter kong moong sung tung kwam wang dii tii mii ruei maa
僕がずっと持ち続けている期待に気がついてくれるだろう

 

สู้ รอ รอแล้วรอแล้ว รอไม่สิ้น suu roo roo leeo roo leeo roo mai sin
待ち忍び・・待って待って待つ・・・終わりなく


รอจนใกล้ดับ ถมทับแผ่นดิน แผ่นฟ้า roo jon klai dab tomtab feen din feen far
死ぬほど待ち続ける 天地に埋まるまで


เธอมองไม่ซึ้งถึงสายตา ter moong mai sung tung saay taa
でも 君は僕のまなざしを実感してくれない


เธอมองไม่ซึ้งถึงความบูชา ว่าฉันศรัทธาเพียงใด ter mong mai sung tung kwam buchaa waa chan srantaa pieng dai

僕のこれほどまでの崇拝も実感してはくれない

 

น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน nam yot long hin tuk wan hin man yang kron
水が石に落ちれば 毎日 石は削れていくのに


แต่หัวใจ อ่อนอ่อน ของเธอทำด้วยสิ่งใด dee hua jai oonoon koong ter tam duoi sing dai
君のその心を 何を持って和らげられるのだろう

  
ช่างไม่สะทกสะท้านสะเทือนเหมือนหัวใจ chang mai satuk sataan satuen muan hua jai
まるで心臓が動いていない人のよう


ช่างไม่หวั่นไหว ว่าใครเขารักเขารอ chang mai wan wai waa krai kao rak kao roo
誰が愛し 誰が 待っているのかに 心を動かしてくれない人


*สิ้นลม ลมหายใจของฉันเมื่อไหร่  sin lom lom haay jai kong chan mua rai
僕の息が絶えたとき


เธอคงจะต้องได้รู้ว่าใคร เฝ้าง้อ ter kong ja tong dai ruu waa krai fao goo
君は 誰が待ち続けていたのが わかるだろう


ใครกันมีรัก มีรักเพียงพอ krai kan mii rak mii rak pieng phoo
誰が 十分な愛を持って 君を愛していたか


ใครกันรอแล้ว แล้วยังเฝ้ารอ krai kan roo leeo leeo yang fao roo
誰が 待って それでも待ちつづけていたか


เขารอ เขารอ เขารอ เขารอ kao roo kao roo kao roo
待って 待って 待っていたのかを

 

*repeat

2.ไกลบ้าน(家から遠く離れて)

วิปโยคโศกใจ เหมือนเมื่อไกลบ้าน wipyoot sook jai muan nua klai baan
別離の悲しみ 家から遠くある時のような・・


ไกลสถานพักพิง ยิ่งใจเหงา klai staan pak phing yinh jai gao
住み慣れた家から遠いのは さらに寂しくなる


ห่างไกลหัวใจจำเศร้า เจ้าอยู่ดีเป็นไฉน haang klai hua jai jam sao jao yuu dii pen chanai
愛する人から遠く離れ 覚える悲しみ 君は元気でいるだろうか?

 

พลัดที่พึ่งที่พิง ทิ้งที่พำนัก plat tii phing ting tii phaa nak
頼りにしていたところから別れ 住んでいたところを捨て


ไกลที่รักพักพา จะอาศัย klai tii rak pak paa ja aasay
愛がある場所から遠く離れ 住む


เจ้ามีเพื่อนชมคนใหม่ แล้วทิ้งพี่ให้ชอกช้ำชีวี jao phuan chom kon mai leeo ting pii jai chook cham chiiwii
君は新しい恋人ができ そして僕を悲しませるだろう

 

*อันรักกันอยู่ไกลถึงสุดขอบฟ้า an rak kan yuu klai tung sut koop far
地平線ほど遠くにある愛しあう者たちは


เหมือนชายคาเข้ามาเบียด ดูเสียดสี muan chooy kaa kao maa biet duu siet sii
まるで家の庇(ひさし)が押し割り込んだようだが


อันชังกัน นั้นใกล้สักองคุลี an chang gan nan klai sak ong kulii
ほんの近くにいる嫌いあう者たちは


ก็เหมือนมีแนวป่ามาปิดบัง go muan mii neeu paa maa pit pang
まるで森の木々が分け隔ててしまうようだ 

 

**เพราะไกลบ้านซ่านมา pro klai baan saan maa
家から遠く離れ離れになってしまっているから


โถนิจจาเจ้า จะเงียบเหงาแล้วลืมสิ้นความหลัง too nijaa jao ja giep gao leeo luum sin kwaam lang
ああ、君は いつも寂しくて 過去を忘れてしまうのだろう

 

***ฝากเพียงเสียงกระซิบสั่ง faak phieng seing krasip sang
ささやき声に願いを託すだけ


ขอน้องอย่าชังคนร้างแรมไกล koo noong yaa chang kon raang reem klai
君よ どうか 遠く別れてしまった人間を嫌いにはならないで

 

*/**/*** repeat

3.จากน้อง(君から別れて)

จากน้องไปไกล อยู่แห่งไหน jaak noong klai yuu heeng nai
君から遠く別れ どんな場所にいても


ดวงใจพี่นี้เป็นห่วง duang jai phii pen huong
僕は心配しているよ


พี่ยังรัก พี่ยังหวง phii yang rak phii yang huong
君をまだ愛している 君を心にかけている


ยังเป็นห่วง หวงเธอเหมือนดั่งดวงใจ yang pen huong huong ter muan dang duong jai
心配している まるで自分の心のように


ขอบฟ้ากั้นกลาง koop far gan klaang
地平線が仕切り


ใช่กีดขวางแนวทางแห่งรักเราได้ chai kiit kwaang neeu taang heeng rak rao dai
僕達の愛を隔てても


สุดขอบฟ้า กว้างเพียงไหน sut koop far kwaang phieng nai
地平線の果てがどんなに広くても


ยังคงได้หวนคืนรับขวัญแก้วตา yang kong dai won kuun rap kwan keeo taa
たぶん戻って愛する人を迎えに行けるだろう


หมั่นนึกถึงพี่ man nuk tung phii
しっかりと僕のことを想っていてくれ


หมั่นสร้างความดีไว้รอคอยพี่กลับมา man sraang kwam dii wai roo kooy phii klap maa
明るい気持ちで僕が帰ってくるのを待っていておくれ


กอดน้องแนบหมอนนิทรา goot noong neep moon nitraa
君を抱きしめ 寄り添い眠りに就くから


สุขเถิดหนา แก้วตาจงอย่าโศกศัลย์ suk tert naa keotaa yaa sook san
幸せにしていて愛しい人よ 悲しまないで


*เก็บน้ำตาไว้ อย่าให้ไหล gep nam taa wai yaa hai lai
涙を流さずこらえていておくれ


พาใจพี่คิดไหวหวั่น phaa jai phii kit wai wan
それは僕を心配させるから


ยิ่งได้รู้ เจ้าโศกศัลย์ ying dai ruu jao sook san
君が不幸せでいるのを知ればますます


พี่ยิ่งหวั่น หวิวทรวงแทบจะขาดใจ phii ying wan wiu sruong teep ja kaat jai
僕はとても心配で 死にそうになるのだから

 

*repeat

4.รักเธอเสมอ(いつも君を愛している)

หากตราบใด สายนที ยังรี่ไหล haak traap dai saay nn yanrii lai
たとえ どんな時も 川はなお流れ


สู่มหา ชลาลัย กระแสสินธุ์ su muhaa chalaa lay krasee sin
海へと 流れて行く


เกลียวคลื่นยัง กระทบฝั่ง ดั่งอาจิณ klieu kleun yang kra top fang dang aajin
絶えずうねりながら ぶつかりながら 


เป็นนิจสิน ตราบนั้น pen nin sin traap nan
その普遍の時


ฉันรักเธอ chan rak ter
僕は君を愛す

 

*.. เช่นตะวัน นั้นยังคง ตรงต่อเวลา chen tawan nan yang kong trong too welaa
例えば 太陽は 時間にしっかりと忠実で


แน่นอนนัก รักท้องฟ้า สม่ำเสมอ nee noo nak rak toong fae smam samer
確実に 空を愛する ずっといつもどおりに


เช่นกับฉัน มั่นคง ตรงต่อเธอ chen kap chan man kong trong too ter
例えば 僕も しっかりと 君に忠実で


ฉันรักเธอเสมอ chan rak ter samer
君をいつも愛する


ฉันรักเธอเสมอ ชั่วนิจนิรันดร์ chan rak ter samer chua nin ran
僕は君をいつも愛する 永遠に

5.เสียงสะอื้นจากสายลม(風からの泣き声)

ค่ำคืน ฉันฟังเสียงคลื่นลมkam kuun chan fang sieng klun lom
夜 僕は風の鳴る音を聞いた


คล้าย ใครร้องไห้ เรียกหา มาตามลม klaay krai roong jai riak haa maa taam lom
それは誰かが泣きながら 風と一緒に呼びに来たようだ

 
คงร้าวรอน ร้อนใจ ตรอมตรม kong raau roon roon jai troom trom
たぶん 悲しくて辛いのだろう


ดังเหมือนคลื่นลมเพ้อ ละเมอทุกค่ำคืน dang muan klin lom par kamuar tuk kam kuun
まるで 毎晩 寝言を言う風のうねり


โอ้ ลมแกล้งเพ้อ หรือเธอสะอื้น oh lom kleeng par ru ter sauen
ああ 風はうわ言のふりをしているのか それとも君がすすり泣いているのか


ค่อนคืน ยังขืนรำเพยรำพัน koon kuun yang kurn ram phey ram phan
深夜になっても まだ君のことを思っている

 

ดวงใจเอ๋ย อยู่แห่งไหน duang jai yei yuu heeng nai
僕の愛する人よ どこにいるのかい?

 

ค่ำคืน ฉันฟังเสียงคลื่นลมพริ้ว kam kuun chan fang sieng klin lom priu
夜 僕は風が吹き鳴る音を聞いて


นอนหวิวหวาดผวา พาอ่อนใจ noon wiu waat powaa pha oon jai
びくびく寝て 気持ちが落ち込む


คอยชู้ชมเหมือนลมพาไป kooy chuu chom muan lom phaa pai
愛する人を待っている 風がまるで連れて行ってくれるかのように


ฟังเสียงคลื่นเตื่อนใจ fang sieng klin tuean jai
風の音を聞けば 思い起こさせられる


เหมือนใครมา คร่ำครวญ muan krai maa kram kruan
まるで誰かが 悲嘆にくれ泣きながら来たようで

 

*โอ้จันทร์ จากฟ้า ลับตาไปด่วน oh jan jaak faa lap taa pai duon
ああ 月よ・・ 空から急いで隠れてしまった 


แก้มนวล คืนนี้จะครวญรอใคร geem nuon kuun nii ja krun roo krai
その白い頬 今夜は悲嘆にくれながら 誰を待っているのかい?

 

ดวงใจเอ๋ย อยู่แห่งไหน duang jai ey yuu heeng nai
ああ 愛する人よ どこにいるのかい?


*repeat

6.วิญญาณในภาพถ่าย(写真の中の魂)

ฉันมองภาพถ่ายที่เธอให้ไว้ chan moong phaap thaay tii ter hai wai
君がくれた写真を見ている


เป็นภาพเตือนใจ แม้ตัวห่างไกลก็เหมือนยังอยู่ pen phaap tien jai mee tua haang klai go muan yang yuu
その写真は たとえ遠くに離れていても まるでまだここにいるように思わせてくれる

 

เธอถอดวิญญาณให้มาสิงสู่ ter toot winyaan hai maa sing suu
君は魂をそこに脱いで訪ねて来て 


คอยจ้องมองดูฉันหรือไร gooy joong moong duu chan ru rai
僕のことを そこからじっと見ているのだろう?

 

แม้มีวันใดที่อยู่เงียบเหงา ยังช่วยบรรเทา mee mii wan dai yuu giap gao
もしも寂しい日があっても それがまだ慰めてくれる


คล้ายดังว่าเรา อยู่ชิดเคียงใกล้ klaay dang waa rao yuu chit kieng klai
僕達が近くにいるみたいに

 

ยลภาพประโลมโน้มนำเราให้ yon phaap praloom noom nam rao hai
その写真を見ると癒され 


คอยส่งดวงใจไปสู่กัน kooy song duang jai suu kan
僕らの心を訪ね合わせるように 導いてくれる

 

ดวงตามีแวว แจ่มใส duong taa mii weeu jeem sai
はっきりと輝くその瞳が


เตือนจิตใจ อยู่ทุกวัน tien jit jai yuu tuk wan
毎日 思い起こさせてくれる


ลืมตาหลับตาก็ฝัน เอาภาพนั้นมาแนบกาย luum taa lap taa go fan ao phaap nan maa neep kaay
目を閉じても常に夢に見て その写真をいつも身につけている

 

ฉันมีเพียงภาพแต่ห้างเจ้าของเคียงข้างประคอง chan mii phieng phaap dee haang jao kong kieng prakong
僕にあるのはその写真だけで その持ち主と離れていてはいるけれど そばいるように気持ちを和らげてくれる 


ฉันได้แต่มอง ลุ่มหลงภาพถ่าย chan dai dee moong lum rang phaap taay
僕にできるのは その写真を熱心に見ることだけ

 

เฝ้ากอด ถนอม มิยอมแหนงหน่าย fao koot tanom mi yoom neeng naay
いつも抱きしめて 大事にして 飽きない


พอช่วยผ่อนคลายให้อุ่นใจ phoo chuoi phoon klaay hai un jai
それは 十分に僕を癒し 心を温かくしてくれている

 

7.ในโลกแห่งความฝัน(夢の世界)

ในโลกแห่งความเป็นจริง nai look heeng kwam pen jing
現実の世界の中で


เธอจะเป็นหญิงของใครก็ได้ ter ja pen ying kong krai go dai
君が誰の女性でも いい


และค่าแห่งความสนใจ le kaa heng kwam son jai
そして 彼の君への関心は


ย่อมน้อยลงไปจากเขา yoom nooy long pai jaak kao
 減って

 

ในโลกแห่งความเป็นจริง nai look heeng kwam pen jing
現実の世界の中で


เธออาจเป็นหญิง หัวใจแสนเศร้า ter aat pen ying hua jai seen sao
君は もしかしたら 悲しい心で


ฝืนทนชื่นบานหวานเอา fuen ton chun baan waan ao
幸せになるのを我慢しないといけない


เพื่อข่มความเศร้าในใจ phua kom kwam sao nai jai
心の中で悲しみに苦しんでいる女性かもしれない

 

*มาพบกับฉัน ในฝันดีกว่า maa phop kap chan nai fan dii kwaa
僕とは 夢の中で会う方がいい


ฝันนั้น จะพาให้จิตสดใส fan nan ja paa hai jit sot sai
その夢は 幸せな気持ちへ連れて行ってくれる


ลืมชีวิต เมื่อตื่นคืนใจ luum chiwit mua tun kuun jai
目が覚めている時の人生を忘れられる


มาพบคนเก่ากันใหม่ในฝัน maa phop kon gao kan mai nai fan
夢の中で また昔の人間と逢わないかい?

 

**ในโลกแห่งความเป็นจริง nai look heeng kwam pen jing
現実の世界の中では


เธอจะเป็นหญิงของใครไม่หวั่น ter ja pen ying kong krai go mai wan
君が誰の女性でも 構わない


แต่ในโลกแห่งความฝัน dee nai look heeng kwam fan
でも 夢の世界では


เธอเป็นของฉันเสมอ ter pen kong chan samar
君はいつも 僕のもの

 

*/**/repeat

 

เธอเป็นของฉันเสมอ ทั้งกายและใจ ter pen kong chan samar tang kaay le jai
君はいつも 僕のもの 身も心も

 

8.บาดหัวใจ(切り裂かれた心)

บาดหัวใจเหลือเกิน bart hua jai le gern
心がとても切り裂かれてしまった


ที่บังเอิญพบเธอเป็นอื่น  tii bang ey phop ter pen uun
偶然 別人の君に会ってしまい


ฉันนอนคิดตลอดคืน chan noon kit tloot kun
僕は一晩中寝ながら考えた


ใยทรามชื่นจึงมาเปลี่ยนใจ yai traam chun jung maa plieng jai
不倫の愛を楽しんで 心変わりをしてしまった

 

บาดหัวใจเหลือดี bart hua jai le gern
心を とても切り裂かれてしまった


ซื่ออย่างนี้ เขายังทำได้ suu yaang nii kao yang tam dai
僕はこんなに誠実なのに 彼女はあんなことができるんのだね


แล้วจะรักกันอย่างไร leeo ja rak kan yang rai
それで どうやって愛し合えるんだ?


เธอมีใหม่ ก็ควรบอกฉัน ter mii mai fo kwon book chan
君に新しい人ができたのなら 僕に言うべきだよ

 

นี่เธอไปเพลินกับคนอื่น nii ter pai plien kap kon uun
君は別の人と楽しんで


ใยทรามชื่น ทำเช่นนั้น yai traam chun tam chen nan
そんな風に 不倫の愛を楽しんでいるのだから


ขอบอกว่ามันบาดใจกัน koo book waa man bart jai kan
僕達は終わったのだと言ってくれ


ทำอย่างนั้น ฉันงงไม่วาย tam yang nan chan gong mai waay
そんなやり方 僕の困惑して仕方ない

 

*บาดหัวใจเหลือทน bart hua jai la gern
心をとても切り裂かれてしまった


น่าฉงนที่เธอมาหน่าย naa chegon tii ter maa naay
君は僕に飽きたんだと思うよ


รักเธอนั้นมากลับกลาย rak ter nan maak lap klaay
君を愛してきたのに 

 
เธอมาหน่าย ไม่มีเหตุผล ter maa naay mai mii het phon
君は僕を嫌うようになってしまった 何の原因もないのに

 

*repeat

9.หนาว(寒い)

หนาวอย่างนี้ควรจะมีใครกอดสักคน naw yaang nii kwon ja mii krai goot sak kon
こんな風に寒いから 抱きしめてくれる人が誰かいないだろうか


ลมหนาวโชยกระหน่ำ ทำให้หนาวเหลือทน lom naaw choy kranam tam hai naau lue ton
冷たい風が 吹き荒び 我慢できないくらい寒がらせる


จะมีคนเมตตาบ้างไหม ja mii kon meetaa bang mai
慈悲深い人はいないだろうか?

 

หนาวอย่างนี้ naau yang nii
こんな寒さ


ถ้าได้มีคนกอดแนบใจ ลมหนาวจะกระหน่ำ taa dai mii kon good neep jai lom naw ja kranam
もしも しっかり抱きしめてくれる人がいたら 吹き荒ぶ冷たい風が


ทำให้หนาวเพียงใด tam hai naw phieng dai
どんなに 寒がらせようとも


คงมิหนาวเท่าไหร่ ถ้ามีขวัญใจกอดนอน kong mi naw tao rai taa mii kwan jai good noon
たぶん それほど寒くはないだろう もしも 愛する人を抱きしめて寝れたら

 

น้ำอ่อนอ่อนยังแข็งเพราะแรงลมหนาวเป่า nam oon oon yang geeng pro reeng lom nau pao
軟らかい水でさえ冷たく吹く強い風で堅くなるのに


แต่หัวใจของเธอเล่า ไม่หนาวหรืองามงอน dee hua jai kong ter lao mai naw ru gam goon
君の心は寒くないのかい?美しい人よ


มันหนาวจนสั่นสะท้านหัวใจ จะทนทำไมขวัญอ่อน man naw jon san sataan hua jai ja ton tam mai kwan oon
寒くて震える心  怖がりでどうやって耐えてるの?


ถึงจะห่มผ้านอนไม่อุ่นอุรา tung ja hom phaa noon mai un uraa
たとえ布団で包んでも 心は温かくはならない

 

*หนาวอย่างนี้ควรจะมีคู่ชื่นชีวา naw yang nii kwon ja mii kuu chun chiwaa
こんな寒さ 愛し合える人がいるべきだろう


ลมหนาวโชยกระหน่ำ ทำให้หนาววิญญา lom naw chooy kranam tam hai naaw winyaa
冷たい風が吹き荒び 魂を寒くする


ใครคิดช่วยเมตตาหนาวอุราก็คงคลาย krai kit chuai metaa naw uraa go kong klaay
誰か 慈悲で助けてくれたら 心の寒さも たぶん緩まるだろうに

 

*repeat

10.โลกนี้คือละคร(この世はドラマ)

โลกนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน look nii nii duu ying duu yook yoon
この世は 見れば見るほど ややこしい


เปรียบเหมือนละคร ถึงบทเมื่อตอน เร้าใจ priep muan lakorn tung bot mua toon rao jai
まるで 芝居のように 芝居の台本に踊らされる

 

บทบาทลีลาแตกต่างกันไป bot baan lilaa teek taang kan pai
演技する役はそれぞれに違うが


ถึงสูงเพียงใด ต่างจบลงไปเหมือนกัน tung suung phieng dai taang blaang pai muan kan
いかに高貴な役であっても それぞれに終わりは同じである

 

เกิดมาต้องตายร่างกายผุพัง gart maa tong taay raang gaay phuphan
生まれてくれば死なねばならず その肉体は朽ち果てる


ผู้คนเขาชังคิดยิ่งระวังไหวหวั่น phuu kon kao chang kit ying rawang wai wan
人はそれを忌み嫌い 考えるほどにそれを恐れる

 

ต่างเกิดกันมาร่วมโลกเดียวกัน taang gart kan baa ruom look dio kan
それぞれに 共に同じ世に生まれても


ถือผิวชังพรรณ บ้างเหยียดหยามกันเหลือเกิน thuu phiu chang pun baang yiet yaam kan luer garn
肌の色を信じ 種族を嫌い 時に過度に軽蔑をし合う

 

โลกนี้ คือละคร look nii kuu lakorn
この世は まさに芝居なのだ


บทบาทบางตอน ชีวิตยอกย้อน ยับเยิน bot baan baang toon chiwit yook yoon yap yien
舞台の場の配役によって 人生はあれこれと複雑にややこしい

 

ชีวิตบางคนรุ่งเรืองจำเริญ แสนเพลิน chiwit baang kon rung rieng jam rien seen plin
ある人達の人生は輝かしく豊かであり とても素晴らしい


เหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน muan dern yuu non hon taang wibaan
まるで楽園の道を歩いているように

 

*โลกนี้นี่ดู ยิ่งดูเศร้าใจ look nii nii duu ying duu sao jai
この世は 見れば見るほど 悲しくなる


ชั่วชีวิตวัย หมุนเปลี่ยนผันไปเหมือนม่าน chua chiwit way mun plien phan pai muan maan
生きている間に 舞台の幕のようにころころと変化する


ปิดฉากเรืองรอง ผุดผ่องตระการ pit chaak rueng roong phut phoong tragaan
美しく立派に与えられた話の幕が閉じれば

 
ครั้นแล้วไม่นาน เปิดผ่านเป็นความเศร้าใจ tran leeo mai naan pert part pen kwam sao jai
それから 長くないうちに 悲しいものとなって幕は上がる